New Mazda3 Hatchback 2017


สปอร์ตคอมแพ็คใหม่ล่าสุดของมาสด้า เป็นรถรุ่นที่สองในรถเจนเนอเรชั่นที่ 6 ที่มาสด้าแนะนําสู่ประเทศไทย และใช้คอนเซ็ปต์การออกแบบ “โคโดะ ดีไซน์” KODO: SOUL of MOTION จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่ถ่ายทอดความงดงามของพลังผ่านรูปลักษณ์ของรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ พลังที่สะท้อนผ่านเส้นสายบนตัวรถผสานกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเต็มคัน มาสด้า3 ใหม่ จึงเป็น SKYACTIV SPORTS COMPACT ที่เปลี่ยนความหมายของรถยนต์นั่งขนาดกลางแบบเดิม เพราะให้สมรรถนะแรงเต็มเปี่ยม ควบคู่กับการประหยัดน้ำมัน ภายใต้รูปลักษณ์ สปอร์ต พรีเมียม ปราดเปรียว รองรับความต้องการใช้งานที่หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ยุคดิจิตอลของผู้เป็นเจ้าของ








Awards

  


Features


รูปลักษณ์ภายนอก

สปอร์ตคอมแพ็คใหม่ล่าสุดของมาสด้า เป็นรถรุ่นที่สองในรถเจนเนอเรชั่นที่ 6 ที่มาสด้าแนะนําสู่ประเทศไทย และใช้คอนเซ็ปต์การออกแบบ “โคโดะ ดีไซน์” KODO: SOUL of MOTION จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่ถ่ายทอดความงดงามของพลังผ่านรูปลักษณ์ของรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ พลังที่สะท้อนผ่านเส้นสายบนตัวรถผสานกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเต็มคัน มาสด้า3 ใหม่ จึงเป็น SKYACTIV SPORTS COMPACT ที่เปลี่ยนความหมายของรถยนต์นั่งขนาดกลางแบบเดิม เพราะให้สมรรถนะแรงเต็มเปี่ยม ควบคู่กับการประหยัดน้ำมัน ภายใต้รูปลักษณ์ สปอร์ต พรีเมียม ปราดเปรียว รองรับความต้องการใช้งานที่หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ยุคดิจิตอลของผู้เป็นเจ้าของ

รูปลักษณ์ภายใน 

A MASTERPIECE ภายในสะท้อนงานศิลป์ขั้นสูง
ศิลปะความงามที่สะท้อนผ่านความเรียบหรูของงานดีไซน์ ทุกรายละเอียดผ่าน ความพิถีพิถันในการออกแบบและเลือกใช้วัสดุอย่างประณีต ห้องโดยสารโอ่โถง สะดวกสบายจากการโอบกระชับของเบาะนั่งกึ่งบักเก็ตซีท ภายในมีให้เลือกทั้งโทน สีเข้มและอ่อน สีเข้มสไตล์ All Black สีดำ ให้เสน่ห์ของรถสปอร์ตเข้ม และสีอ่อน 2-Tone เบาะหนัง Off White & Black เติมอารมณ์หรูให้ห้องโดยสาร เสริมความ เป็น Sports Compact ด้วยด้ายสีแดงเดินเส้นแต่งรอบเบาะ แผงอุปกรณ์และประตู ประดับด้วยวัสดุสีเงินซาตินสลับกับสีดำวาว Piano Black ให้ความรู้สึกที่ต่างจากห้องโดยสารของรถญี่ปุ่นทั่วไป อุปกรณ์ภายในจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่สะดวกแก่การใช้งานทุกจุด

สมรรถนะ

High performance, Low fuel consumption 

เทคโนโลยีสกายแอคทีฟเป็นเทคโนโลยียานยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาโดยมาสด้า เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่วงการรถยนต์  แตกต่างจากเทคโนโลยีประหยัดน้ำมันอื่นตรงที่นอกจากประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วยังคงให้สมรรถนะแรงด้วย ทีมวิศวกรของมาสด้าย้อนกลับไปศึกษาโครงสร้างพื้นฐานและองค์ประกอบของรถ แล้วพัฒนารถทั้งคันขึ้นมาใหม่ เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ จึงดูแลรักษาง่ายไม่ซับซ้อน ประหยัดน้ำมันจากเครื่องยนต์ที่เผาไหม้สมบูรณ์ วันนี้ โลกจึงมีรถยนต์ที่ทั้งแรง ทั้งประหยัด และสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 



 

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 091-772-7599

 

 


 Hatchback   Sedan     
2.0SP Sports
2.0S Sports 
2.0C Sports 
2.0E Sports 
 1,094,000 บาท
974,000 บาท
914,000 บาท
833,000 บาท
2.0S  
2.0C  
2.0E 
974,000 บาท
914,000 บาท
833,000 บาท

หมายเหตุ: 
  • เฉพาะสี Soul Red เพิ่มเงินอีก 15,000 บาท 
  • เฉพาะสี Snow Flake เพิ่มเงินอีก 10,000 บาท

SKYACTIV-G

เครื่องยนต์ สกายแอคทีฟ-จี ทำให้ความแรงมาคู่กับ ความประหยัด

เครื่องยนต์ สกายแอคทีฟ-จี ทำให้ความแรงมาคู่กับ ความประหยัด เทคโนโลยีใหม่ของเครื่องยนต์เบนซิน "สกายแอคทีฟ-จี (SKYACTIV-G)" ทำให้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีอัตราส่วนการอัดสูงที่สุดในโลก คือ อัตรา14.0:1 ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น 15%* แรงบิดเพิ่มขึ้น 15% และค่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 15%
*เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์แบบเดิม

จุดเด่น

• อัตราส่วนการอัดสูงเท่าที่เคยมีมา 14.0:1
• อัตราส่วนการอัดที่สูงสามารถเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการทำท่อระบายไอเสียแบบ 4-2-1 ลูกสูบแบบมีโพรง หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงรูปแบบใหม่ และนวัตกรรมอื่นที่ป้องกันการเผาไหม้ผิดปกติ (การน็อค)
• ความเสียดทานในเครื่องยนต์ลดลง 30%
• จังหวะการเปิด-ปิดวาล์วตามลำดับแปรผันอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านไอดีและไอเสีย (dual S-VT) สามารถลดการสูญเสียกำลังจากการปั๊ม
• การออกแบบโดยใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาขึ้น: น้ำหนักลดลง โดยรวม 10%
• ลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลงได้ถึง 15% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซิน MZR ขนาด 2 ลิตร ของมาสด้าในปัจจุบัน
• แรงบิดเพิ่มขึ้น 15% โดยประมาณ ที่รอบต่ำถึงรอบปานกลาง

เครื่องยนต์ สกายแอคทีฟเบนซิน

ข้อได้เปรียบของเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซินคือ เป็นระบบฉีดเชื้อเพลิงตรง (Direct Injection) ที่ไม่เหมือนใคร อันเป็นผลผลิตจาก "ความคิดริเริ่ม" ทางวิศวกรรมที่เกิดจากการทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันของมาสด้า หลักการทางเทอร์โมไดนามิกส์ได้ถูกนำมาวิเคราะห์และพิจารณาใหม่ทั้งหมด มาสด้าจึงประสบความสำเร็จในการสร้างเครื่องยนต์เบนซินที่มีอัตราส่วนการอัดสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา คือ 14.0:1 ซึ่งเป็นระดับอัตราส่วนการอัดที่พบได้เฉพาะเครื่องยนต์ของรถแข่งระดับซูเปอร์คาร์เท่านั้น ซึ่งในอดีตยังไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่ในปัจจุบันมาสด้าเอาชนะข้อจำกัดที่เคยมีจนได้เครื่องยนต์เบนซินอัตราส่วนการอัดสูง 14.0:1

ในเรื่องอัตราส่วนการอัดต้องพิจารณาถึงข้อดีและสิ่งที่ท้าทายมันอยู่ การเพิ่มอัตราส่วนการอัดในเครื่องยนต์เบนซินเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงความร้อนเพื่อช่วยปรับปรุงการประหยัดเชื้อเพลิงโดยวิธีลดการสูญเสียพลังงาน อย่างไรก็ตาม ปัญหาเดิมๆ ของเครื่องยนต์เบนซินที่มีอัตราส่วนการอัดสูงคือทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ผิดปกติและทำให้แรงบิดของเครื่องยนต์ลดลงไปด้วย อาการนี้เรียกว่าเครื่องยนต์น็อค ส่วนผสมของเชื้อเพลิง และอากาศที่เหมาะสมและเทคนิคการยืดเวลาให้จังหวะจุดระเบิดช้าลงกว่าเดิมได้ถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันอาการน็อค

SKYACTIV-DRIVE

สกายแอคทีฟ-ไดรฟ์ (SKYACTIV-DRIVE)

สนุกกับการขับขี่มากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีเกียร์อัจฉริยะ สกายแอคทีฟ-ไดรฟ์ เพิ่มความเร้าใจให้ระบบเกียร์อัตโนมัติ เกียร์อัตโนมัติที่ตอบสนองดี คืนความสนุกให้การขับขี่ พร้อมทั้งยังประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง :

“สกายแอคทีฟ-ไดรฟ์ (SKYACTIV-DRIVE)” ของมาสด้าได้ถูกออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดในโลกด้วยการทำงานโดยอัตโนมัติตอบสนองแม่นยำแบบเดียวกับเกียร์ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซลแรงบิดสูง เข้าเกียร์ออกตัวแรง เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็ว และเร่งแซงได้อย่างนุ่มนวล

จุดเด่น

• เทคโนโลยีที่ไม่เหมือนใครนี้ได้รวมข้อดีของเกียร์ซีวีที (CVT) คลัตช์แผ่นคู่ (Dual Clutch) และเกียร์อัตโนมัติแบบดั้งเดิมเข้าไว้ด้วยกัน
• การควบคุมการขับเคลื่อนโดยตรงตลอดช่วงการทำงาน (ทอร์กคอนเวอร์เตอร์ที่มีระบบคลัตช์แบบล็อคอัพตลอดช่วงการทำงาน) ทำให้รู้สึกเหมือนขับขี่ด้วยเกียร์ธรรมดาอย่างแม่นยำ และปรับปรุงการประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงสุด 7% เมื่อเปรียบเทียบกับเกียร์อัตโนมัติในปัจจุบัน
• มีการตอบสนองในการเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วและราบเรียบ เนื่องจากโมดูลเมคคาโทรนิกส์แบบใหม่
• ทรงกำลัง เร่งดีอย่างต่อเนื่องจากจุดหยุดนิ่ง
• สามารถใช้ได้กับเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ-จี และสกายแอคทีฟ-ดี

เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ

เพื่อไปให้ถึงการสร้างเกียร์อัตโนมัติในอุดมคติ มาสด้ามุ่งเป้าไปยังผลลัพธ์เหล่านี้

• ปรับปรุงการประหยัดเชื้อเพลิง
• ทำให้มั่นใจถึงการตอบสนองต่อคันเร่งโดยตรง
• เปลี่ยนเกียร์ราบเรียบ
• ส่งผ่านอัตราเร่งอย่างนุ่มนวล

เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟใหม่ได้ถูกออกแบบให้รวมเอาข้อดีของเกียร์อัตโนมัติทุกระบบไว้ในหนึ่งเดียว

เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟรวมข้อดีของเกียร์อัตโนมัติแบบเดิมๆ ได้แก่ เกียร์ซีวีที (Continuously Variable Transmission หรือ CVT) และเกียร์คลัตช์คู่ (Dual Cluth transmission) การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบเรียบ โดยตรงตามรอบเครื่องยนต์ตั้งแต่รอบต่ำและตอนที่ต้องการประหยัดเชื้อเพลิง หัวใจสำคัญของเกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟคือ ทอร์กคอนเวอร์เตอร์พร้อมเกียร์เดินหน้า 6 สปีด ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่พร้อมกับระบบคลัตช์ล็อคอัพทุกเกียร์ เรียกว่าสามารถขับตรงได้ในทุกช่วงความเร็ว อัตราทดของคลัตช์ล็อคอัพได้เพิ่มขึ้นจาก 64% ของเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดในปัจจุบัน หรือคิดเป็น 89% ระหว่างการทำงานของรถยนต์

การล็อคอัพเกิดตั้งแต่ช่วงแรกระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์โดยทอร์กคอนเวอร์เตอร์ (เป็นจุดต่อการส่งกำลังที่เกิดจากเครื่องยนต์ผ่านโดยตรงไปยังล้อขับเคลื่อน) ลดการสูญเสียกำลังระหว่างการเร่ง เป็นการส่งผ่านความรู้สึกในการขับขี่โดยตรงมากขึ้น ลดการสูญเสียกำลังจากเครื่องยนต์ และยังช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย ระบบไฮดรอลิกส์ที่มีความแม่นยำสูงเป็นสิ่งจำเป็นในการออกแบบ ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและสามารถปรับความดันน้ำมันได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ตอนแรก มาสด้าจึงใช้โมดูลเมกาทรอนิกส์ (Mechatronics) ควบคุมการทำงานของเกียร์

ขณะที่ต้องการได้ช่วงล็อคอัพที่มากที่สุดเพื่อไปปรับปรุงความรู้สึกในการขับขี่และการประหยัดเชื้อเพลิง ก็ต้องเสี่ยงกับเสียงที่จะดังขึ้น การสั่นสะเทือนและแรงที่ส่งตรงมาจากเครื่องยนต์โดยไม่มีตัวกลางใดมาดูดซับกำลังที่มาจากความเร็วรอบของเครื่องยนต์และเกียร์ซึ่งมีมวลต่างกัน มาสด้าได้พัฒนาทอร์กคอนเวอร์เตอร์ใหม่ให้ช่วยแก้ปัญหานี้ ล็อคอัพที่ขยายออกไปได้ถูกจำกัดอยู่ที่ความเร็วต่ำ ดังนั้นจึงสามารถทำให้มีขนาดเล็กลงได้ แล้วเกิดช่องว่างสำหรับตัวหน่วงที่พัฒนาใหม่ (เพื่อดูดซับเสียง ดูดซับแรงและความสั่นสะเทือน) เหมือนดังเช่นคลัตช์ล็อคอัพหลายแผ่นและลูกสูบซึ่งปรับ ปรุงความทนทานและคุณภาพควบคุมของคลัตช์

SKYACTIV – BODY

ด้วยสกายแอคทีฟ-บอดี้ ที่ให้น้ำหนักเบา พร้อมความปลอดภัยที่เหนือกว่า

แข็งแรงและให้ความปลอดภัยในระดับสูง แต่น้ำหนักเบากว่าเดิม? นักออกแบบของมาสด้ากลับไปที่กระดานวาดภาพในการออกแบบ “สกายแอคทีฟ-บอดี้ (SKYACTIV – BODY)” ลดน้ำหนักส่วนเกินลง 8%* ทำให้ช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น โดยโครงสร้างตัวถังใหม่ทำให้ตัวรถมีความแข็งแกร่งมากขึ้น 30 %

* ทำให้ลดการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก แต่ปลอดภัย
*เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์แบบเดิม

จุดเด่น

• น้ำหนักลดลง 8% โดยใช้โครงสร้างตัวถังที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ กระบวนการผลิตใหม่ และใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น
• พลศาสตร์ของการขับขี่ที่ดีขึ้น เนื่องจากความแข็งแรงเพิ่มขึ้น 30% ที่เป็นผลมาจากแนวคิด “โครงสร้างตรง” และ “งานโครงกรอบแบบต่อเนื่อง”(โครงสร้างวงแหวน) สำหรับชิ้นส่วนโครงสร้าง
• ความปลอดภัยหลังการชนขั้นสูงสุด โดยการพิจารณาโซนการรับแรงปะทะด้วยแนวกการรับแรงที่หลากหลายทิศทาง

 

วิศวกรรมน้ำหนักเบาะ

มาสด้าให้ความสำคัญในเรื่องน้ำหนักอย่างมาก ตามหลักกลศาสตร์ที่ปลอดภัยแล้ว รถยนต์ที่มีน้ำหนักเบากว่าจะให้ประสิทธิภาพและความสนุกในการขับขี่มากกว่า ใช้ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยกว่า และปลอดภัยกว่าเมื่อลดความเร็ว น้ำหนักของรถที่เบากว่านั้นเป็นผลดีต่อสมรรถนะของรถยนต์โดยรวม ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่ง การบังคับรถ หรือการเบรก ในทางกลับกัน หากรถมีโครงสร้างที่น้ำหนักมาก ยิ่งหนักเทอะทะ และยิ่งต้องการเครื่องยนต์ที่หนักเพียงพอที่จะพารถนั้นไปได้ ที่สำคัญต้องการถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณที่มากขึ้น

หากมองรถโรดสเตอร์ยอดขายอันดับหนึ่งของโลกของมาสด้า อย่างเช่น MAZDA MX-5 แล้วจะเห็นถึงความคล่องแคล่วและสมรรถนะที่อยู่คู่กัน และจะเห็นถึงการพัฒนายนตรกรรมที่ได้เปลี่ยนยุคไปแล้ว น้ำหนักตัวรถที่เบากว่า ให้ความเพลิดเพลินในการขับขี่ดีกว่า ควบคุมรถดีกว่า บังคับเลี้ยวได้อย่างกระฉับกระเฉง การวางสมดุลหน้า-หลังทำได้อย่างสมบูรณ์ และจุดศูนย์กลางมวลต่ำที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของรถเมื่อใช้ความเร็วสูง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข้อได้เปรียบที่ได้จากรถที่น้ำหนักเบากว่า

อีกตัวอย่างของวิศวกรรมน้ำหนักเบาที่มีชื่อเสียงของมาสด้า คือ มาสด้า2 รุ่นที่สอง ที่เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 โครงสร้างตัวรถมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นแรกถึง 100 กิโลกรัม เป็นรถที่อยู่ในกลุ่มบีคาร์ที่มีแนวโน้มพัฒนาไปทางรถขนาดใหญ่ขึ้นและหนักมากขึ้น มาสด้า2 นี้ได้ถูกออกแบบให้ได้ความประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นขณะที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น


ลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้รถ

แนวทางที่ไม่เหมือนใครนี้เป็นหัวใจของการพัฒนาเทคโนโลยีสกายแอคทีฟของมาสด้า เริ่มตั้งแต่การพัฒนาเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ ต่อเนื่องมาจนถึงโครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟและช่วงล่างสกายแอคทีฟ แทนที่จะจำกัดความคิดจดจ่ออยู่กับเพียงแค่เปลี่ยนการใช้วัสดุ จากประเภทหนึ่งไปสู่อีกประเภทหนึ่งที่ให้คุณภาพดีกว่าแต่ราคาก็แพงกว่า เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ หรือ อลูมินัม เพราะนั่นเท่ากับเป็นการเพิ่มต้นทุนให้แก่ผู้ใช้รถ มาสด้าเลือกวิธีที่ไม่เหมือนใครโดยใช้วิศวกรรมน้ำหนักเบาช่วยลดค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า และรักษา "ความเป็นหนึ่งเดียวของรถกับผู้ขับ" ให้คงไว้ วิธีที่ว่านี้ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1) ใช้การออกแบบหาโครงสร้างตัวถังที่เหมาะสม 2) ใช้กระบวนการผลิตแบบใหม่ 3) ใช้วัสดุอื่นทดแทนเพื่อรักษาน้ำหนักของรถยนต์ให้เบากว่า แข็งแรงกว่า และปลอดภัย

ผลลัพธ์คือ โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟใหม่มีน้ำหนักเบาขึ้นถึง 8% เมื่อเทียบกับตัวถังรุ่นก่อน ในขณะที่ช่วงล่างสกายแอคทีฟมีน้ำหนักเบาขึ้นอีก 14% มาสด้าตั้งเป้าพัฒนารถรุ่นใหม่ให้เบากว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 100 กิโลกรัม วิศวกรรมน้ำหนักเบายังส่งผลดีกับส่วนอื่นของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟด้วย เช่น ช่วยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ


โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ

คำสัญญาของมาสด้าที่มีต่อ "ซูม-ซูม อย่างยั่งยืน" คือสิ่งที่กระตุ้นฝ่ายวิจัยและพัฒนาให้ออกแบบรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยนานาชาติที่เข้มงวดอย่างมาก แต่ก็ยังคงมอบความเพลิดเพลินในการขับขี่อย่างเต็มที่

SKYACTIV-CHASSIS

สกายแอคทีฟ-แชสซี เมื่อคุณกับรถเป็นหนึ่งเดียวกัน

มาสด้าออกแบบระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวใหม่ ให้คุณควบคุมรถได้อย่างคล่องแคล่ว การตอบสนองเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพิ่มความสบายในการขับขี่ และเสถียรภาพในการทรงตัวของรถได้อย่างเหนือชั้น “สกายแอคทีฟ-แชสซี (SKYACTIV-CHASSIS)” ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าจากการใช้เหล็กกล้าคุณภาพสูงแต่น้ำหนักเบา โดยลดน้ำหนักส่วนเกินของโครงสร้างช่วงล่างลง 14%* คนขับจะรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับรถ *เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์แบบเดิม

จุดเด่น

• “Jinba Ittai” ให้ความรู้สึกที่เหมือนกับ “ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างรถและผู้ขับขี่” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการควบคุมรถของ MX-5 และช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่
• คุณภาพในการขับขี่ที่ดีขึ้นตลอดช่วงความเร็วรอบใช้งาน (ความคล่องแคล่วในช่วงรอบต่ำถึงปานกลางและความมีเสถียรภาพที่รอบสูง) เนื่องด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมใหม่ที่สมบูรณ์ของการวางระบบรองรับด้านหลัง ตำแหน่งของเทรลลิ่งอาร์ม ส่วนประกอบของระบบบังคับเลี้ยวและการตั้งค่าการขับขี่จากทุกองค์ประกอบ
• ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า จากน้ำหนักของแชสซีที่ลดลง 14% เนื่องมาจากระบบรองรับที่พัฒนาขึ้นใหม่ ได้แก่ สตรัทด้านหน้า และช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงค์

ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว สกายแอคทีฟ-แชสซี

เช่นเดียวกับนวัตกรรมอื่นของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ทีมพัฒนาช่วงล่างของมาสด้าต้องเผชิญกับเป้าหมาย 3 อย่างที่ขัดแย้งกันในตัวเอง หนึ่ง ให้ผู้ขับยังคงรู้สึกได้ถึงความกระฉับกระเฉงและความเป็นหนึ่งเดียวกับรถ สอง ให้ผู้ขับมั่นใจมั่นใจในเสถียรภาพของรถแม้จะขับด้วยความเร็วสูง และสาม มอบความสบายในการขับขี่ให้มากที่สุด โดยทั่วไปแล้ว การเพิ่มความว่องไวในการบังคับเลี้ยวที่ความเร็วต่ำถึงปานกลางสามารถส่งผลเสียต่อการควบคุมรถและเสถียรภาพของรถที่ความเร็วสูง แต่การตอบสนองอย่างว่องไวกระฉับกระเฉงก็สามารถอยู่ด้วยกันได้กับความสบายในการขับขี่ คำตอบสุดท้ายคือ ทีมพัฒนาต้องหาทางลดน้ำหนักของช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว ในที่สุดวิศวกรของมาสด้าก็สามารถบรรลุเป้าหมายทั้งหมดเมื่อพวกเขาพัฒนาช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ

 

© Copyright by Mazdacity.co.th | Mazda, Mazda2 ,Mazda3 ,Mazda MX5 ,Mazda BT50 , Mazda CX9 | Links | Powered by Creative Web Design |